เมื่อเราทำได้แล้ว เราพอใจแล้ว ก็ไม่ทำอีก แล้วเราก็กินอีก แล้วเราก็อ้วนอีก แต่คราวนี้ ไม่อ้วนเท่าตอน ม.3 นะคะ ตอนนั้นมันอาการแย่จิงๆ ช่วงม.ปลาย ก็อ้วนๆ ผอมๆ อยู่อย่างนั้นน่ะค่ะ พอรู้สึกว่ากินเยอะ เราก็ไม่กิน แล้วพอกินเยอะอีก วันต่อมาก็กินน้อยลง จนสุดท้าย ขึ้นปี 1 เห็นเพื่อนๆผอมกัน ไอ้เราก็รู้ตัวว่าไม่ได้อ้วนมาก แต่ดำมาก สวยสู้ใครไม่ได้เลย แต่ไม่ได้ทำให้ขาวนะ ทำให้ผอมกว่าเดิม 5555+ บ้าไหมล่ะ
ช่วงนั้นปี 1 ใหม่ๆ (ยัง freshy อยู่ ใสๆ) ได้ลองเที่ยวครั้งนึงที่ผับหน้าม. มันสนุกมากไม่แพงด้วย ไปแม่มทุกวัน เลิกเรียน 4-5 โมง ก็นั่งรอไปผับ เงินไม่มี เหล้าหมด (เหล้าปั่น) ก็ไม่สั่งเพิ่มจ้า ยืนๆเต้นๆอยู่นั่นล่ะ กลิ่นบุหรี่หึ่งติดหัวกลับบ้านทุกวัน สั่งสระ 3-4 รอบ ทุกคืน แต่ได้เหงื่อดีมากค่ะ
จนมีเพื่อนทักว่า โทรมลง แต่เอ๊ะ!! ทำไมมีหนุ่มมาจีบฉันเยอะขึ้นล่ะ ว่าฉันโทรมน่ะ ไม่แปลกเพราะฉันเที่ยวทุกวัน แต่มีหนุ่มมาจีบ เยอะด้วยสิ ประเด็น น้ำหนักลดลงเรื่อยๆแบบไม่รู้ตัว(ก็บอกแล้วไงว่ากลัวตาชั่ง) รู้ตัวอีกที เสื้อตัวเล็กก็ใส่ได้แล้วอ่ะ หลวมด้วยสิที่สำคัญ 5555+
เอาแบบเป็นวิชาการล่ะนะ คือที่ผอมลง ไม่ได้ผอมเพราะเหล้า แต่ผอมเพราะเ้ต้นค่ะ เป็นคนชอบเที่ยวผับ (ค้นพบตัวเองตอนปี 1) ชอบเต้น เต้นมั่วๆ เต้นบ้าเต้นบอ เต้นไปเหอะ ในผับอ่ะ ยิ่งคนเยอะๆ เหงื่อแตกไวมาก เปนการออกกำลังกายที่สนุกมาก แต่โคตรเปลืองเงิน สำหรับผับหรูๆนะคะ หรือถ้าจะให้ถูกๆหน่อย ก็สั่งเป็นดริ้งค์มาก็ได้ แล้วถือแก้วเต้นไปเรื่อยๆ 55555 แต่ฉันไม่เคยทำนะ อันนี้จะถูกหน่อยค่ะ
แล้วตอนปี 1 เรตติ้งของฉันก็พุ่งกระฉูด ป็อปมาก เลยได้แฟนเป็นโค้ชบอลของคณะ (เค้าเป็นรุ่นพี่ที่กำลังจะจบ) แล้วก็รู้ว่ามีคนแอบชอบเยอะ พวกนักบอลนี่ล่ะ ไหนจะเพื่อนของเพื่อนอีก ไหนจะพวกรุ่นพี่คณะอื่นอีกมาีจีบเยอะแยะไปหมด ไหนจะกิ๊กเก่าที่เคยติดต่อไว้อีก เรียกว่าสับรางไม่ทันเลยทีเดียว
นี่คือผลพลอยได้จากการที่เราหุ่นดี ขึ้น เหนมั้ยล่ะ หนุ่มๆเพียบ
ขอให้เพื่อนๆโชคดีกับการไดเอ็ทค่ะ สู้ๆ
Thangy
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น