วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

The Second Diet

กลับมาอีกแล้วนะคะ  กับการไดเอ็ทครั้งที่ เนื่องจากครั้งแรกได้ผลไปแล้ว  ก็อย่างที่บอกค่ะ
เมื่อเราทำได้แล้ว  เราพอใจแล้ว  ก็ไม่ทำอีก แล้วเราก็กินอีก  แล้วเราก็อ้วนอีก  แต่คราวนี้ ไม่อ้วนเท่าตอน ม.3 นะคะ  ตอนนั้นมันอาการแย่จิงๆ  ช่วงม.ปลาย ก็อ้วนๆ ผอมๆ อยู่อย่างนั้นน่ะค่ะ  พอรู้สึกว่ากินเยอะ  เราก็ไม่กิน  แล้วพอกินเยอะอีก  วันต่อมาก็กินน้อยลง  จนสุดท้าย ขึ้นปี 1 เห็นเพื่อนๆผอมกัน ไอ้เราก็รู้ตัวว่าไม่ได้อ้วนมาก  แต่ดำมาก  สวยสู้ใครไม่ได้เลย  แต่ไม่ได้ทำให้ขาวนะ  ทำให้ผอมกว่าเดิม  5555+  บ้าไหมล่ะ

ช่วงนั้นปี 1 ใหม่ๆ (ยัง freshy อยู่ ใสๆ)  ได้ลองเที่ยวครั้งนึงที่ผับหน้าม. มันสนุกมากไม่แพงด้วย  ไปแม่มทุกวัน  เลิกเรียน 4-5 โมง ก็นั่งรอไปผับ  เงินไม่มี  เหล้าหมด (เหล้าปั่น) ก็ไม่สั่งเพิ่มจ้า  ยืนๆเต้นๆอยู่นั่นล่ะ  กลิ่นบุหรี่หึ่งติดหัวกลับบ้านทุกวัน  สั่งสระ 3-4 รอบ ทุกคืน  แต่ได้เหงื่อดีมากค่ะ

จนมีเพื่อนทักว่า โทรมลง แต่เอ๊ะ!!  ทำไมมีหนุ่มมาจีบฉันเยอะขึ้นล่ะ  ว่าฉันโทรมน่ะ  ไม่แปลกเพราะฉันเที่ยวทุกวัน  แต่มีหนุ่มมาจีบ  เยอะด้วยสิ ประเด็น น้ำหนักลดลงเรื่อยๆแบบไม่รู้ตัว(ก็บอกแล้วไงว่ากลัวตาชั่ง)  รู้ตัวอีกที  เสื้อตัวเล็กก็ใส่ได้แล้วอ่ะ  หลวมด้วยสิที่สำคัญ  5555+

เอาแบบเป็นวิชาการล่ะนะ  คือที่ผอมลง  ไม่ได้ผอมเพราะเหล้า  แต่ผอมเพราะเ้ต้นค่ะ  เป็นคนชอบเที่ยวผับ (ค้นพบตัวเองตอนปี 1)  ชอบเต้น  เต้นมั่วๆ  เต้นบ้าเต้นบอ  เต้นไปเหอะ  ในผับอ่ะ  ยิ่งคนเยอะๆ เหงื่อแตกไวมาก  เปนการออกกำลังกายที่สนุกมาก  แต่โคตรเปลืองเงิน  สำหรับผับหรูๆนะคะ  หรือถ้าจะให้ถูกๆหน่อย ก็สั่งเป็นดริ้งค์มาก็ได้  แล้วถือแก้วเต้นไปเรื่อยๆ  55555  แต่ฉันไม่เคยทำนะ  อันนี้จะถูกหน่อยค่ะ

แล้วตอนปี 1 เรตติ้งของฉันก็พุ่งกระฉูด  ป็อปมาก  เลยได้แฟนเป็นโค้ชบอลของคณะ (เค้าเป็นรุ่นพี่ที่กำลังจะจบ)   แล้วก็รู้ว่ามีคนแอบชอบเยอะ  พวกนักบอลนี่ล่ะ  ไหนจะเพื่อนของเพื่อนอีก ไหนจะพวกรุ่นพี่คณะอื่นอีกมาีจีบเยอะแยะไปหมด  ไหนจะกิ๊กเก่าที่เคยติดต่อไว้อีก  เรียกว่าสับรางไม่ทันเลยทีเดียว

นี่คือผลพลอยได้จากการที่เราหุ่นดี ขึ้น  เหนมั้ยล่ะ  หนุ่มๆเพียบ

ขอให้เพื่อนๆโชคดีกับการไดเอ็ทค่ะ สู้ๆ
Thangy

The First Diet

มาพบกับประสบการณ์แรกกันเลยดีกว่าค่ะ ตอนนั้นฉันอยู่ชั้น ม.3 กำลังจะขึ้น ม.4 ก็แหม  คนมันอยากสวยนี่คะ  เหนพวกรุ่นพี่พอจบ ม.3 แล้วขึ้น ม.4  สวยๆกันทั้งนั้น  (อ่อ ลืมบอก เค้าอยู่รร.หญิงล้วนล่ะตัวเอง)
ก็เลยอยากสวยบ้างอะไร  เพราะตอน ม.3 นี่ดูไม่ได้เลยจ้า  หนักเกือบ 80 ถึงแม้จะสูง 170 ก็เหอะ  แต่มันก็ช่างน่าเกลียดอะไรขนาดนี้  แอบชอบใครเค้าก็ไม่มามองมาเหลียวแล

สุดท้ายยยยย!!  ทนไม่ไหว  ต้องลดแล้วล่ะ  ตอนนั้น  ทำทุกอย่างค่ะ ทั้งเต้นแอโรบิคเป็นบ้าเป็นบออยู่ในห้องนอนคนเดียว ตีแบด พ่อเตะบอลกับน้องก็ไปเตะกับเค้าด้วย นอนปั่นจักรยานอากาศทุกคืนก่อนนอน 3 เซต เซตละ 10 ครั้ง  แล้วพ่อก็ส่งไปอยู่บ้านอาที่ ธัญบุรี ปทุมธานี  บ้านอาแบบว่ามีกะตังอ่ะนะ  พาไปกินอาหารในห้างบ่อยมาก  (แล้วชั้นจะลดได้ไหมนี่)  พาไปเที่ยวงานวัด หรืองานอะไรไม่รู้  ของกินเยอะมาก  แล้วอาก็ให้เงินมาไว้ซื้อของกินเยอะเหมือนกัน ทั้งที่เป็นงานกลางคืน  กินกลางดึกแบบนี้ไม่ไหวแน่!!!!

ฉันเลยซื้อเฉพาะที่จำเป็น(จำเป็น=ทนไม่ไหวจริงๆ แต่ห้ามสติหลุดซื้อมาเพียบนะคะ)ค่ะ  ท่องไว้  มันอ้วนนะ  เจอของที่น่ากิน จำพวก ปาท่องโก๋(ชิ้นเบ้อเร่อ)จิ้มสังขยา หมูสามชั้นทอด กุ้งชุบแป้งทอด สายไหม ก็ท่องไว้  อ้วนว่ะ  อ้วนว่ะ  อ้วนว่ะ  แล้วเดินหนีเลย
สรุปวันนั้นได้ช็อคบอลมากล่องเดียวค่ะ  เงินที่เหลือก็เก็บเรียบ

แล้วที่บ้านอา เค้าจะกินข้าวเย็นกัน ถ้าอาไปเที่ยวก็จะซื้อของกินกลับมาฝากที่บ้าน ซึ่งก็ไว้กินตอนเย็น เพราะฉะนั้น ตอนเย็นจะอาหารเยอะมาก  น่ากินๆทั้งนั้น แต่เราต้องห้ามใจค่ะ ตักข้าวทัพพีเดียวพอค่ะ ย้ำนะคะ  ห้ามเติมเด็ดขาดค่ะ เพราะข้าวเป็นคาร์โบไฮเดรต ถือว่าเป็นแป้งเมื่อโดนเอนไซม์(ก็น้ำลายนั่นล่ะ) มันจะกลายร่างเป็นน้ำตาลค่ะ  (อย่าถามว่าน้ำตาลอะไร กลูโคส แลคโตส อะไรไม่รู้  โง่วิทย์มาก  จำได้แค่นี้ก็แทบจัดเลี้ยงทั้งหมู่บ้าน) ถ้าข้อมูลผิดขออภัยเจ้าค่ะ  แต่มันเปลี่ยนเป็นน้ำตาลจิงๆนะ  เพราะฉะนั้นห้ามกินเยอะในมื้อเย็น  เพราะกินเสร็จ เราก็นอน  ม่จำเป็นต้องใช้พลังงานอะไร  กินแค่พอมีแรงไปอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว แล้วก็ไม่หิวตอนก่อนนอน แค่นั้นพอ!!

ฉันทำอย่างนี้อยู่ตลอด 3 เดือนที่ปิด Summer อาจมีบางวันกินเยอะบ้าง ก็จะไปลดวันถัดไปค่ะ ส่วนน้ำหนักไม่ได้ชั่งนะคะ  เป็นโรคกลัวตาชั่งมาก  ตั้งแต่ตอนนั้น เพราะชั่งแ้ล้วรู้สึกท้อ  "นี่ฉันลดมาตั้งหลายวันแล้ว  ยังไม่ลงอีกหรอ???"  มันทำให้ท้อมากๆ  เพราะฉะนั้น  ฉันเลยไม่ชั่งซะเลย  แต่ในหนังสือไดเอ็ททั่วไปเค้าบอกว่า  ถ้าจะควบคุมน้ำหนักต้องชั่งนะคะ  อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณส่วนบุคคลค่ะ ช่วงที่ลดช่วงแรกจะมีคนทักว่าอ้วนขึ้นแล้วก็จะรู้สึกอ้วนขึ้น แต่ความจริงแล้วไม่อ้วนขึ้นแต่อย่างใด ที่ดูเหมือนอ้วนขึ้นเพราะว่า เราผอมลง ตัวเราเล็กลง ทำให้ดูเหมือนว่าเรามีเนื้อเยอะขึ้น คนเลยทักอ้วนขึ้นค่ะ  ไม่แปลก ขอให้คุณทำต่อไป(ให้คิดไว้ในใจ "ชั้นตัวเล็กลงต่างหากเลยดูอ้วน  ความจิงชั้นไม่อ้วนซะหน่อย"  คิดไว้เพื่อให้กำลังใจตัวเองนะคะ)

แต่ก็ต้องดูให้ดีนะคะ  ถ้าเราพยายามลดแล้วมีคนทักว่าอ้วนให้คิดแบบนั้นไ้ด้  แต่ถ้าไม่ได้พยายมลดแต่อย่างใดแล้วมีคนทักว่าอ้วนขึ้น  นั่นแปลว่าคุณอ้วนขึ้นจริงๆแล้วล่ะค่ะ

ขอให้ประสบผลสำเร็จกับการไดเอ็ทค่ะ 
Thangy



ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้า Blog การลดความอ้วน(Diet)

ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ดิฉันชื่อ Thangy ด้วยความที่ฉันเป็นคนตัวใหญ่ กระดูกใหญ่  โครงร่างใหญ่ ช่วงบนว่าใหญ่กว่าคนธรรมดาแล้ว  ช่วงล่างไม่ต้องพูดถึง เป็นแม่พันธุ์ที่ดีเลยล่ะจ๊า  ลดความอ้วนมาก็หลายแบบหลายวิธี  ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ไอ้ที่ได้ผลแล้วก็หยุดทำ แล้วก็กลับมากินอีก ก็อ้วนอีก ใครๆก็รู้ กว่าจะลดได้ ต้องใช้กำลังใจกำลังกาย  ฝืนใจตัวเองมากแค่ไหนใช่ม๊า??  เผลอตามใจตัวเองหน่อยเดียว  ขึ้นมา 4-5 โล   ฉันเลยอยากจะใช้ Blog นี้ บอกกล่าวถึงประสบการณ์ในการลดความอ้วนแบบต่างๆ  เผื่อใครนำไปใช้แล้วมันได้ผลนะจ้ะ  เพราะผลที่ได้ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล  จิงมั้ยคะ


อย่าลืมติดตามให้กำลังใจกันนะค๊า  แล้วก็ได้ผลหรือไม่ได้ยังไง ก็มา Update กันบ้างนะคะ